จะเสียสละทรัพย์สินหรือน้ำตา?

17/ม.ค./2012 02:52:49 โดย husbee
0
2060




จะเสียสละทรัพย์สินหรือน้ำตา?   โดย... อบูมุฮัมมัด อัลอัซฮะรีย์
 

كَثِيْرٌ مَنْ أَنْفَقَ الدَّنَانِيْرَ وَالدَّرَاهِمَ وَلكِنْ مَنْ أَنْفَقَ الدَّمْعَ قَلِيْلٌ

“คนส่วนมากย่อมใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทอง แต่ทว่าน้อยเหลือเกินผู้ที่ใช้น้ำตาของตนเอง (เพื่อแสดงความเสียใจต่ออัลเลาะฮ์เพื่อสารภาพผิด)”[1]

 

ผู้คนทั้งหลายต่างโอ้อวดและแข่งขันในเรื่องความสุขสบายของดุนยาและใช้จ่ายทรัพย์สินเงินทอง แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่แข่งขันกันเดินทางไปสู่อัลเลาะฮ์ ไม่แข่งขันกันร้องไห้เสียใจเพราะกลัวพระองค์ แต่พวกเขาให้ความสนใจกับเรื่องดุนยา ทั้งที่ดุนยานั้นเป็นสิ่งที่ถูกทำให้ห่างไกลจากความเมตตาของอัลเลาะฮ์ ดังที่ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า

أَلاَ إِنَّ الدُّنْيَا مَلْعُونَةٌ مَلْعُونٌ مَا فِيهَا إِلَّا ذِكْرُ اللَّهِ

“พึงทราบเถิดว่า แท้จริงดุนยานั้นถูกโกรธกริ้ว(จากอัลเลาะฮ์) ถูกโกรธกริ้วสิ่งที่อยู่ในมัน(เนื่องจากดุนยาทำให้ห่างไกลจากพระองค์) นอกจากการซิกรุลลอฮ์”[2]

ดังนั้นเมื่อผู้ใดที่หัวใจถูกครอบงำไปด้วยบรรดาบาปและการฝ่าฝืนต่ออัลเลาะฮ์ ดวงตาของเขาผู้นั้นก็จะเหือดแห้งซึ่งน้ำตา เพราะดวงตาของผู้ที่ฝ่าฝืนจะไม่หลั่งน้ำตาออกมา เนื่องจากเป็นดวงตาที่ห่างไกลจากความรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลเลาะฮ์และเกรงกลัวต่อพระองค์

ในปัจจุบันเรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่ทำให้หัวใจเราแข็งกระด้าง ดวงตาของเราเหือดแห้ง ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเราทำให้หัวใจแข็งกระด้าง เพราะการแสดงถึงความเมตตาเห็นอกเห็นใจกันระหว่างเพื่อนมนุษย์นั้นช่างน้อยเหลือเกิน แต่ความเคียดแค้นชิงชังและความอิจฉากลับเกิดขึ้นมากมาย หัวใจและดวงตาของเราหลีกเลี่ยงที่จะมองสิ่งฮะรอมไม่ได้ หูมักจะได้ยินสิ่งที่ฮะรอม อีกทั้งเรากินอิ่ม นอนหลับสบายใจ แต่ไม่คิดที่จะขึ้นละหมาดสุนัตในยามค่ำคืน แม้สักสองร็อกอะฮ์ก็ตามที หรือตื่นขึ้นมาอิบาดะฮ์และวอนขอดุอาต่ออัลเลาะฮ์ในช่วงเวลาก่อนแสงอรุณขึ้นก็ยากเสียเหลือเกิน

ดังนั้นท่านไม่ปรารถนาดอกหรือ ที่จะเป็นส่วนหนึ่งจากผู้ที่อัลเลาะฮ์ทรงให้เขาอยู่ในร่มเงาบัลลังก์ของพระองค์ในวันกิยามะฮ์ ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า

سَبْعَةٌ يُظِلُّهُمْ اللَّهُ فِي ظِلِّهِ يَوْمَ لَا ظِلَّ إِلَّا ظِلُّهُ...وَرَجُلٌ ذَكَرَ اللَّهَ خَالِيًا فَفَاضَتْ عَيْنَاهُ

“บุคคลเจ็ดจำพวกที่อัลเลาะฮ์จะให้พวกเขาอยู่ในร่มเงา(บัลลังก์)ของพระองค์ ซึ่งเป็นวันที่ไม่มีร่มเงาใดนอกจากร่มเงา(บัลลังก์)ของพระองค์... คือชายคนหนึ่งที่ทำการซิกรุลลอฮ์ตามลำพังคนเดียว แล้วสองดวงตาของเขาอ่อล้นด้วยน้ำตา”[3]

กล่าวคือชายคนดังกล่าวได้วิเวกตนเองอยู่ตามลำพัง แล้วทำการคิดใคร่ครวญถึงตนเองต่ออัลเลาะฮ์ แล้วเขาก็รู้สึกว่าตนเองมีความบกพร่องอย่างมากมาย ปัจจัยอำนวยสุขทั้งหลายที่อัลเลาะฮ์ได้ประทานให้ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้นช่างมากมายเสียเหลือเกิน พระองค์ให้ที่อยู่อาศัย ประทานริสกีอย่างพอดีไม่เคยคับแค้น มีอาหารอิ่มท้องทุกมื้อ นอนหลับสบาย ทรงประทานอากาศหายใจเข้าออกตลอดเวลา ทรงให้มีชีวิตอยู่ในทุกเสี้ยววินาทีเพื่อเปิดโอกาสให้เตาบะฮ์ต่อพระองค์ แต่เขากลับชุโกรต่อพระองค์น้อยเหลือเกิน หลังจากนั้นจิตใจของเขายิ่งมีความรู้สึกบกพร่องเป็นทวีคูณและสัมผัสได้ถึงความเมตตาของอัลเลาะฮ์ ที่พระองค์ยังทรงประวิงเวลาให้แก่เขา อีกไม่นานดวงตาก็เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้าเสียใจและขอบคุณในความเมตตาของอัลเลาะฮ์ตะอาลา

 


  


ความคิดเห็น
 


Facebook Comments