การรู้จักอัลเลาะห์

11/ก.พ./2014 11:40:10 โดย คนเดินทาง
0
2270



การรู้จักอัลเลาะห์ (ตะเซาวุฟ) !![/center]


ท่านนบี(ซล.)ได้กล่าวกับเราไว้ในหะดีษบทหนึ่งว่า

"แรกเริ่มของศาสนานั้น คือ การรู้จักอัลเลาะห์"

การที่เราจะรู้จักอัลเลาะห์(ซบ.)นั้น ก็คือ การเพ่งพินิจพิจารณาดูสิ่งต่างๆรอบตัว โดยพิจารณาถึงการกำเกิดขึ้นของมัน ก็จะทำให้เราทราบได้โดยทั้นทีว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีขึ้นมานั้น ย่อมจะต้องมีผู้สร้าง และผู้ที่สร้างสรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ นั่นก็คือ อัลเลาะห์(ซบ.) ผู้ทรงเ้ป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว

 ฉนั้น การรู้จักอัลเลาะห์ นั้น ในภาคของวิชาตะเซาวุฟนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ

1.มุรตาบัต ชะรีอัต : คือ การรู้จักอัลเลาะห์(ซบ.)โดยอาศัยหลักฐานจากบรรดามัคโล๊ก(สิ่งถูกสร้างทั้งหลาย) เพื่อนำไปสู่การรู้จักองค์พระผู้สร้าง และเอาจากความรู้ในภาคของวิชาอุศูลุดดีน(หลักการศรัทธาพื้นฐาน)ที่เราเรียกว่า "อิ้ลมุ้ลยะกีน" (ยะเก่นจากความรู้) หมายถึง รู้จักอัลเลาะห์ ด้วยกับหลักฐานทั้งทางปัญญา(อักลีย์) และหลักฐานทางด้านตัวบท(นักลีย์)

โดยอาศัยวิชาความรู้เป็นหลักยึดมั่น เพื่อทำให้เขามีการศรัทธายึดมั่นอย่างถูกต้อง มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง มีอีหม่านที่แน่นแฟ้น แต่การอีหม่ามในรูปแบบที่หนึ่งนี้ มันเป็นอีหม่านที่แน่นแฟ้นอยู่แค่ปัญญา หรือ มันสมองเท่านั้น มิได้เหนียวแน่นอยู่ในจิตใจ

 การอีหม่านยังอยู่ในรูปของความเข้าใจ แต่ไม่ได้ฝังอยู่ในจิตวิญญาณ และยังไม่อาจรู้จักอัลเลาะห์(ซบ.)อย่างแท้จริงและลึกซึ้ง

 แต่ก็ยังดีกว่าผู้ที่รู้จักอัลเลาะห์แบบตักลึด คือ รู้จักตามที่คนอื่นบอกเกล่าว่า พระเจ้าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ โดยไม่มีความรู้ และโดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งถือเป็นสิ่งต้องห้ามในด้านของหลักการศรัทธา

 มุรตาบัตนี้ หากเราจะเรียบเทียบกับลูกทุเรียน ก็คือ รู้จักแต่เปลือกทุเรียนเท่านั้น โดยยังไม่ได้รับรู้ว่า รสชาตของมันเป็นเช่นไร ดังนั้น การรู้จักอัลเลาะห์ในขั้นนี้ ถือได้ว่า เป็นขั้นที่ต่ำที่สุด ซึ่งมีขึ้นได้ สำหรับคนธรรมดาทั่วไป

2.มุรตาบัต มะอ์ีัรีฟะห์ : คือ การรู้จักอัลเลาะห์(ซบ.)โดยอาศัยแนวทางแห่งความรู้สึก หมายถึง มีความรู้สึกเหมือนได้ลิ้มรสชาดความรักที่มีต่อพระองค์ในจิตวิญญาณ เนื่องจากการปฏิบัติอามั้ลอิบาดะฮ์อย่างขยันขันแข็งตามความรู้ที่ได้เรียนรู้มา เมื่อมีการปฎิบัติมันอย่างเป็นเนืองนิจ ก็จะสามารถยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น จนได้ลิ้มรสชาด "ความหอมหวานของการศรัทธา"

มุรตาบัตชนิดนี้ เราเรียกว่า "อัยนุ้ลยะกีน" (ตัวยะเก่นที่แท้จริง) หรือ มุรตาบัต มะอ์ริฟะห์

 เปรียบเทียบ คือ เมื่อเราได้แกะเปลือกทุเรียนออกมาแล้ว เราก็จะได้รับรู้ถึงได้กลิ่นอายอันหอมหวลของมัน แต่หาได้เคยลิ้มลองรสชาตของมันไม่

 มุรตาบัตขั้นนี้สูงกว่ามุรตาบัตแรก และมีให้สำหรับคนซูฟีย์ที่ได้ลิ้มรสชาดแห่งการรู้สึกมะอ์ริฟัตต่ออัลเลาะห์(ซบ.)แล้ว ซึ่งหมายถึง คนวลีย์ ที่ได้รับการ ตะญัลลีย์แบบญาเมี๊ยะอ์แล้ว

3.มุรตาบัต ฮะกีกัต ขั้นสูงสุด : คือ การรู้จักอัลเลาะห์(ซบ.)โดยหนทางแห่งความรู้สึก ด้วยการรู้สึกลิ้มรสชาดความหอมหวานในจิตวิญญาณ มีการ "ซุฮูด" เพ่งมองอย่างประจักษ์แจ้ง อีกทั้งมีความหวานชื่น เอร็ดอร่อย และมีความสุขอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ซึ่งเรียกว่า "ฮักกุ้ลยะกีน" (หมายถึง ยะเก่นที่แท้จริง) คือ หัวใจของเขาจะมีความเชื่อมโยงไปยังพระองค์เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไร เจาจะมีความรู้สึกความสดชื่น เบิกบาน ในทุกๆการดำเนินชีวิต

 เปรียบเทียบคือ ได้สัมผัสลิ้มรสชาดของทุเรียน คือ ได้กินทุเรียนเข้าไปแล้วนั่นเอง

 การอีหม่านในขั้นนี้ เป็นการอีหม่านขั้นสูงสุด ที่คนเราจะใคว่คว้ามาครองได้ ซึ่งก็คือ ได้รับการตะญัลลีแบบฟะรอกแล้ว อันเป็นมุรตาบัตสำหรับบรรดาวลีย์ใหญ่ ชนชั้นอาริฟบิ้ลลาห์ และสูงไปกว่านั้น คือ บรรดานบีและร่อซู้ลทั้งหลาย

 วัลลอฮู่อะอ์ลัม.

เรียบเรียงโดย # เป็นแค่ คนรอง #


  


ความคิดเห็น
 


Facebook Comments