จดหมายสำคัญเมาลานา มูฮำหมัดยุซุฟ

12/ม.ค./2012 07:44:50 โดย ADB
2
2959



จดหมายสำคัญจากเมาลานายูซุฟ

...หลังจากที่เมาลานายูซุฟ (เราะห์มาตุ้ลลอฮิอลัย) ได้ทำอุมเราะห์ เสร็จแล้วท่านได้เขียนจดหมายอันยืดยาว ส่งไปยังญามาอัตที่ไปทำงานในสถานที่ต่างๆ

สารบัญ
1.อีหม่าน
2.ละหมาด
3.อิลมู ซิเกร
4.อิกรอมมุสลิมีน
5.อิคลาศ
6.ความสำคัญ คุณค่าของการฮิจเราะ ห์ และนุญ เราะห์
7.อาม้าลของมัสยิดโดยเฉพาะ และ วิธีการ
8.คุณค่าของกัซ ในบายาน สิ่ง ใดควรพูด สิ่งใดไม่ควรพูด
9.จุดประสงค์ และอาดาบของตะห์ลีม
10.อาดาบมุเชาเราะห์ (ประชุม)
11.แนวทางการรวมตัวในคืนมัรกัสอย่างถูกต้อง
12.ซีฟาต(คุณลักษณะ)สำหรับการทำ งาน
13.ความจำเป็นของการศึกษาอูซู้ลและ สิ่งที่เกี่ยวข้อง
14.รูปร่างของงานจริงๆ
15.งานนักศึกษา
16.ความละเอียดอ่อนของงานมัสตูรอ(งานผู้หญิง)

...หลังจากที่เมาลานายูซุฟ (เราะห์มาตุ้ลลอฮิอลัย) ได้ทำอุมเราะห์ เสร็จแล้วท่านได้เขียนจดหมายอันยืดยาว ส่งไปยังญามาอัตที่ไปทำงานในสถานที่ต่างๆเพื่อทำงานได้สอดคล้องตามนั้น และเพื่อทำงานตามพื้นฐาน ได้ถูกต้อง ซึ่งจดหมายฉบับนี้ เมาลานาซะอั๊ด ได้ เคยอ่านให้ฟังที่อิจญติมะห์โมปาล และที่บังกลาวีมัสยิด นิซอมุดดีน เดลฮี และท่านได้กล่าวให้อ่านจดหมายที่มีฮิดายะ ห์ซ่อนอยู่ฉบับนี้หลายๆครั้ง จนกระทั่งจำ ขึ้นใจท่านยังกล่าวอีกเช่นกันว่าความต้องการของงานดะอฺวะฮฺ คือ การเปลี่ยนแปลงยาเก่น  และเป้าหมายคือ การไปถึงแก่นแท้ของอะม้าล ไม่ใช่เพียง แต่วิ่งไปวิ่งมาเท่านั้น ซึ่งงานจริงๆแล้วนั้นคือการให้ซีฟัต(คุณลักษณะต่างๆ)เข้ามาอยู่ในตัวง ที่จะได้มากับการพยายามบน 3 หนทาง 1.ดะอฺวะฮฺ 2.ฝึกฝน 3.ดุอา ที่ฮะดะรอตยี( เราะห์ม่าตุ้ลลอฮิอลัย) ได้บอกเอาไว้ และ ท่านยัง ได้เน้น ให้อ่านจดหมายนี้ ทุกๆ คำอย่างพิจารณา ขออัลลอฮได้โปรด เตาฟีกให้ได้ปฏิบัติด้วยเถิด . อามีน


1. อัลลอฮตาอาลาได้วางความสำเร็จอัน แท้จริง ของมนุษย์ไว้ภายในตัวของมนุษย์ เอง ความสำเร็จและความล้มเหลวนั้นคือสภาพการณ์ที่อยู่ในตัวของมนุษย์เอง วัตถุสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายนอกนั้น มัน ไม่ใช่ความสำเร็จและความล้มเหลวอัน ใดเลย การมีเกียรติความต่ำเกียรติ ความสุข ความ เจ็บป่วย ความสงบ ความทุกข์ การมีสุขภาพดี การ เจ็บป่วย เป็นสภาพการณ์ต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์เอง สภาพการณ์ ต่างๆเหล่านี้ มันจะดีหรือไม่ดีนั้น มันไม่ ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ภายนอกเลย คนที่มีทรัพย์สมบัติ มีอำ นาจ อัลลอฮได้ทำให้เขาตกต่ำ  คนที่ยากจน อัลลอฮได้ทำให้เขามี เกียรติ สิ่งที่อยู่ ในตัวของมนุษย์ ก็คือยาเก่น และอาม้าลของเขา หากว่ายา เก่นของมนุษย์ และการปฏิบัติที่ออกมาจากภายในมันดี และถูกต้อง ดังนั้น อัลลอฮก็ให้ความสำ เร็จเกิดขึ้นในตัวของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะ มีสิ่งของวัตถุอยู่เพียงเล็กน้อยขนาด ไหนก็ตาม อัลลอฮตาอาลา คือผู้สร้าง ผู้ เป็นเจ้าของ ปกครองทุกๆ ผงธุลี และ ทุกๆ คน พระองค์ได้ทรงสร้างทุกสิ่ง ทุกอย่างด้วยกับกุดรัตความสามารถของพระองค์ ทุกสิ่งเกิดขึ้นด้วยกับการสร้างของพระ องค์ พระองค์เป็นผู้ทรงสร้าง มันไม่ได้ เกิดขึ้นมาเอง และสิ่งที่ถูกสร้างมานั้น มัน ไม่สามารถสร้างสิ่งอันใดได้ สิ่งที่เกิดขึ้นมาด้วยกุดรัตของพระองค์ มันก็ต้องอยู่ภายใต้กุดรัตของพระองค์ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในกำมือของอัลลอฮ พระองค์เท่านั้นที่ใช้งานมัน? พระองค์ สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างของสิ่งของ เหล่านั้นได้ด้วยกุดรัตของพระองค์ และสามารถเปลี่ยนแปลงซีฟัตลักษณะ ของมันได้ โดย ให้อยู่ในรูปร่างเดิม สามารถทำให้ไม้กลาย เป็นงูใหญ่ และให้งูกลายเป็นไม้ได้ เช่น เดียวกันนี้ทุกๆ รูปร่าง ไม่ว่าจะ เป็นประ เทศอำนาจทรัพย์สมบัติ แสง ควัน ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในกำ มือของอัลลอฮตาอาลาเท่านั้น และพระ องค์เท่านั้นเป็นผู้ดำเนินงาน จากที่ที่มนุษย์ เห็นว่าเป็นความเจริญรุ่งเรือง แต่อัลลอฮ ได้ให้เกิดความเสียหายขึ้นจากที่นั่น และจากที่ที่มนุษย์เห็นว่าเป็นความ เสียหาย แต่อัลลอฮให้ความดีความ เจริญรุ่ง เรือง เกิดจากที่นั่น อัลลอฮ เท่านั้นเป็นผู้จัดระบบแห่งการเติบโต การดู แล ทรง เลี้ยงดู ให้การเจริญเติบโต อบรมท่ามกลางทะเลทราย โดย ไม่มีสิ่งใดเลย กับอีกคนที่ถูกเลี้ยงดู โดยมีทุกสิ่งทุกอย่างครบครัน แต่ ไม่ได้รับการตัรบียะห์ ไม่ได้รับการอบรม ใดๆ

เพื่อเป็นการเชื่อมกับซาต ของอัลลอฮตาอาลา และการเอาประโยชน์ โดยตรงกับกุดรัตของพระองค์ ดังนั้น ท่านนบีมูฮำหมัด (ซ.ล) ได้นำแนวทาง และแบบฉบับมา เมี่อแนวทางของท่านนบี มาอยู่ในการดำ เนินชีวิต ดังนั้น อัลลอฮจะให้ความสำเร็จ ไม่ว่าจะอยู่ ในฐานะ ใดก็ตาม
ในกะลีมะห์ลาอิลาฮ่าอิ้ลลัลลอฮ มุฮำมะดุรร่อซูรุ้ลลอฮ นั้นต้องการ เปลี่ยนแปลงการยาเก่น ความต้องการ และแนวทางแบบฉบับของบุคคลผู้นั้น เพียงแต่การเปลี่ยนแปลงการยาเก่น เท่านั้น อัลลอฮก็จะทรงประทานสวนสวรรค์ อันยิ่งใหญ่มากมายกว่าฟากฟ้า และแผ่นดิน หลายต่อหลายเท่านัก
การยาเก่นต่อสิ่งอื่นที่นำออกไปจากหัว ใจ และมายาเก่นต่อซาตของอัลลอฮ พระองค์จะทรงมอบอำนาจให้เขามีความสามารถควบคุมสิ่งต่างๆ เหล่านั้น การที่จะ ให้ยาเก่นนี้เข้ามาอยู่ในตัวของเรานั้นคือ

การดะอฺวะฮฺ เรียกร้องเชิญชวนมาสู่ยา เก่นนี้ อธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ การเป็นผู้อภิบาลของพระองค์ อธิบายถึงกุดรัตของพระองค์ พูดถึงประ วัติต่างๆ ของบรรดานบีและบรรดาซอฮาบะห์ 

คิดคนเดียวตามลำพัง เอายาเก่นอันนี้ เข้าไปในหัวใจ สิ่งที่พูดดะอฺวะฮฺ กับผู้คน ให้มั่นใจว่า นี่แหละเป็นสิ่งที่แท้จริง
ร้องให้ ขอดุอาจากอัลลอฮ ว่า โอ้อัลลอฮ ได้โปรดประทานแก่น แท้ของยาเก่นนี้ให้ด้วยเถิด

2.การละหมาด ได้ถูกประทานมาเพื่อ เป็นการเอาประโยชน์โดยตรงจากกุดรัตของอัลลอฮตาอาลา จงฝึกรักษาการ ใช้อวัยวะทุกส่วน ตั้งแต่ศีรษะ จรด เท้า กับการปฏิบัติตาม แนวทางที่ถูกกำ หนดไว้ที่ทำให้อัลลอฮพอพระทัย การ ใช้ ตา หู ลิ้น เท้า ไปอย่างถูกต้อง ในหัวใจมีตะวัจยุห์ สมาธิต่ออัลลอฮ เกรงกลัวต่ออัลลอฮ และมั่นใจว่าในการละ หมาดนี้ การปฏิบัติทุกอย่างของฉัน ตามคำ สั่งของอัลลอฮ การกล่าวตักบีร การกล่าวตัสเบียะห์ การรุกุฮ การสุญูด เป็นสาเหตุที่มากมายกว่าทุกอย่าง ในจักรวาลนี้ที่ทำให้พระองค์ ทรงประ ทานรางวัลต่างๆ ตอบแทน ให้พร้อมกับยาเก่นเช่นนี้ หลังจากละหมาด แล้ว ยกมือขึ้นขอจากอัลลอฮ พระองค์ จะทรงให้ทุกๆ ความจำ เป็น ความต้องการของเขาสมบูรณ์ ด้วยกับกุดรัตของพระองค์ ด้วยกับละ หมาดนี้อัลลอฮจะทรงอภัยโทษ ในความผิดบาปของเขา ให้ริสกีมีบารอกัต และจะได้รับ เตาฟีกสำหรับการตออัต สำหรับการศึกษา ละหมาดเช่นนี้นั้น

ตัรฆีบ ดะอฺวะฮฺ ผู้อื่นสู่การละหมาด คุซุฮ คุดุฮ อธิบายถึงประโยชน์ต่างๆ ที่จะ ได้ทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า พูดถึงการละ หมาดของท่านนบี และซอฮาบะห์

ฝึกให้ละหมาดของตนเองเป็นละ หมาดที่ดี ให้ความสำคัญกับการอาบน้ำ ละหมาด รวบรวมสมาธิ ขณะยืน ขณะ นั่ง ขณะรุกุฮ ขณะสุญูด ทุกๆ อิริยาบถ ให้นึกตั้งสมาธิอย่างน้อยๆ สามครั้งว่า อัลลอฮกำลังมองฉันอยู่

หลังจากละหมาดแล้ว ให้คิดว่ายังละหมาด ไม่เหมาะสมกับ เกียรติของอัลลอฮ ให้ร้องไห้ และขอดุอาว่า โอ้อัลลอฮ โปรด ให้แก่นแท้ของการละหมาดเกิดขึ้นในละ หมาดของเราด้วยเถิด

3.เป้าหมายของอิลมู คือ การต้องการสร้างการพิสูจน์ ค้นคว้าศึกษาให้เกิดขึ้นในตัวของเรา ขณะ นี้อัลลอฮต้องการการปฏิบัติอะไรจากฉัน หลังจากนั้นก็ปฏิบัติอาม้าลนั้นๆ ด้วยกับมีตะวัจยุห์ สู่อัลลอฮ นี่คือซิเกร

บุคคลใดเดินทางเพื่อศึกษาวิชาการด้านศาสนา การเดินทางของเขาจะถูกบันทึก ให้เป็นการอิบาดะห์ บุคคลที่เดินออกไป เพื่อเป้าหมายอันนี้ บรรดามลาอีกะห์ 70,000 มลาอีกะห์จะกางปีกใต้ผ่า เท้าของบุคคลเหล่านั้น สิ่งถูกสร้าง ในฟากฟ้าและแผ่นดินทั้งหมดจะ ขอดุอา มัฆฟิเราะฮ ให้กับพวกเขา คนอา เหล่ม 1 คน หนักอึ้งกับซัยตอนมารร้าย มากกว่าคน อาบิดเป็นพันๆคน

บอกถึงคุณค่าต่างๆ พยายามให้ผู้อื่นมีความต้องการอยากศึกษาหาวิชาความรู้ ตนเองก็ต้องพยายามนั่ง ในฮัลเกาะห์ตะห์ลีม พยายามไปคิตมัตต่ออุลามะห์ และ ยาเก่นด้วยว่านี่ เป็นอิบาดัต ร้อง ไห้ขอดุอาจากอัลลอฮ ให้พระองค์ ทรงประทานแก่นแท้ของอิลมูให้ด้วย เถิด

4.การซิ เกร เพื่อเป็นการสร้างตะวัจยุห์ ต่ออัลลอฮ ในทุกๆอาม้าล บุคคลใดที่รำลึกถึงอัลลอฮ อัลลอฮก็จะทรงนึกถึงเขา ตราบใดที่ริมฝีปากของคนหนึ่งยังขยับ เคลื่อนไหว อยู่กับการรำลึกถึงอัลลอฮ พระ องค์ก็จะทรงอยู่พร้อมกับเขา และอัลลอฮจะ ทรงประทานความรักต่อพระ องค์ และการรู้จักพระองค์ให้การรำลึกถึงอัลลอฮ เป็นป้อมปราการป้องกันจากซัยตอนมารร้าย สำหรับการสร้างตะวัจยุห์ต่ออัลลอฮ ให้เกิดขึ้นนั้น
ตัรฆีบผู้อื่นเกี่ยวกับการรำลึกถึงอัลลอฮ

ฝึกรวบรวมสมาธิ ขณะซิเกรว่าอัลลอฮกำ ลังมองฉันอยู่ ร้องให้ดุอาขอว่า โอ้อัลลอฮ ได้โปรดประทานแก่นแท้ของการซิเกร ให้แก่ฉันด้วยเถิด

4.อิกรอมกับมุสลิมทุกคน ในฐานะที่เขา เป็นอุมมะห์ ประชาชาติของท่านนบี(ซ.ล.) อ่อนโยนต่ออุมมะห์ ทุกๆคน ให้สิทธิกับผู้อื่น ในสิทธิของพวก เขา และไม่เรียกร้องสิทธิของตนเอง บุคคล ใดที่ปกปิดความลับของมุสลิม อัลลอฮก็จะ ทรงปกปิดความลับของเขา ตราบ ใดที่คนหนึ่งทำงานให้กับพี่น้องมุสลิมของ เขา อัลลอฮก็ยังทรงทำงานให้กับเขา เกี่ยวกับสิทธิของตนเอง อัลลอฮจะ ทรงประทานปราสาทให้กับเขา ตรงกลางสวนสวรรค์ บุคคลใดที่นอบน้อมถ่อมตน ต่อผู้อื่น เพื่ออัลลอฮ อัลลอฮจะทรงยกย่อง ยก เกียรติเขาผู้นั้น ดังนั้น ต้องสร้างความต้องการอยากอิกรอมมุสลิม ให้เกิดขึ้นด้วยการตัรฆีบ ผู้อื่น บอกถึงค่าราคาของมุสลิม เล่าถึงประวัติ การเสียสละ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และ อัคล๊าคมารยาทที่ดีของท่านนบี และบรรดาซอฮาบะห์ ต้องฝึกฝนการอิกรอม ต้องร้อง ไห้ขอดุอาให้อัลลอฮทรงเตาฟีกอัคล๊ากของท่านนบีให้

5.ในทุกๆอาม้าล มีความต้องการเพื่อ ให้อัลลอฮ พอพระทัย การแสวงหาดุนยา หรือการสร้างบารมีให้กับตนเอง อย่าให้ เป็นเป้าหมายในอาม้าลหนึ่งอาม้าลใด การอาม้าลเล็กน้อยโดยบริสุทธิ์ใจ เพื่ออัลลอฮ ก็จะเป็นสาเหตุให้ ได้รับรางวัลตอบแทนอันมากมาย แต่ถ้าหากไม่มีความบริสุทธิใจ อาม้าล ใหญ่ๆ ก็อาจเป็นสาเหตุให้ได้รับการลง โทษได้ สำหรับการที่จะให้เหนียตถูกต้องนั้น

สร้างความต้องการ และฟีเกรที่จะให้ เหนียตถูกต้องด้วยการดะอฺวะฮฺ ผู้อื่น

ฝึกเหนียตให้ถูกต้องในอาม้าลของตน เองก่อนทำอะม้าล และขณะทำทุกๆ อาม้าล ฉันกำลังทำอาม้าลนี้ เพื่อ ให้อัลลอฮพอพระทัย ยอมรับต่อความบกพร่อง เหนียตของตน เมื่อทำอาม้าล เสร็จ เตาบะห์ อิสติกฟาร ร้องไห้ ขออิคลาศ ความบริสุทธิ์ใจจากอัลลอฮ

6. ปัจจุบันนี้เป็นประเพณีสำหรับอุมมะ ห์ถึงขนาดไหนกันแล้วที่ต่างก็ปฏิบัตอาม้าลกันส่วนตัว เหมือนกับแก่นแท้ของมันนั้นออก ไปหมดแล้ว ด้วยการที่ท่านนบีเป็นนบีสุดท้าย อุมมะ ห์นี้จึงได้รับหน้าที่การพยายามกับงานดะ อฺวะฮฺ บรรดาข่าวของอัลลอฮได้เชื่อม โยงให้ใกล้ชิดกับอัลลอฮ ดังนั้นต้องสละ ใช้จ่ายชีวิต และทรัพย์สินตาม แนวทางของบรรดานบี และต้อง ไม่มุ่งหวังสิ่งใดกับผู้ที่ไปพยายามกับเขา ดังนั้นต้องมีการฮิจเราะห์ (อพยพ) และ การนุซเราะห์ด้วย บุคคลที่เมตตากับผู้ที่อยู่บนแผ่นดิน ผู้อยู่บนฟากฟ้าจะเมตตากับเขา บุคคลที่พยายามกับอีหม่าน และ อาม้าลที่ดีเพื่อให้ผู้อื่นได้เชื่อมโยง และ เข้าใกล้ชิดอัลลอฮ อัลลอฮจะให้เขา ได้รับ แก่นแท้ของอีหม่าน และอาม้าลที่ดีเป็นบุคคลแรก และ จะให้เขาได้ใกล้ชิด เชื่อมโยงกับพระองค์ การออกไปในหนทางนี้ เช้าครู่หนึ่ง หรือ เย็นครู่หนึ่งดีกว่าดุนยา และทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในมันทั้งหมด โดยพิจารณาถึงอาม้าลต่างๆ และ สิ่งของต่างๆด้วย ทุกๆ ทรัพย์สินที่ใช้จ่าย ไป ทุกๆการซิเกร การตัสเบียะห์ ทุกๆ การละหมาด ในหนทางนี้ จะได้รับผลบุญตอบแทน 700,000 เท่า การดุอาของผู้ที่พยายามในหนทางนี้จะ ถูกตอบรับเหมือนกับดุอาของบรรดานบี แห่งบนีอิสรออีล หมายถึงเช่นเดียวกับดุอาของบรรดานบี เหล่านั้น ที่อัลลอฮ ได้ใช้กุดรัตของพระ องค์ ขัดแย้งกับอัสบ๊าบ และทำให้พวก เขาได้รับความสำเร็จ และทำให้ฝ่ายตรงข้าม ได้รับความ เสียหาย เช่นเดียวกัน การดุอาของผู้พยายามกับงานศาสนา อัลลอฮจะเผยกุดรัตของพระองค์ โดยขัดแย้งกับอัสบ๊าบ และถ้าหากว่า เอา โลกทั้งโลกเป็นรากฐาน แห่งการพยายาม ดังนั้นผลสะท้อนของการพยายาม จะ นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในหัว ใจของชาวโลก ส่วนอาม้าลศาสนาอันอื่นๆ เราก็ไม่ต้องพยายามเช่นนี้อีก


ปลุกเร้า ตระเตรียมบุคคลอื่น ให้พยายามกับงานนี้บอกถึงความสำคัญ คุณค่าของงานนี้ บอกถึงประวัติบรรดานบี และบรรดาซอฮาบะห์
ตัวเราเองพยายามกรุบ่านเสียสละ ให้อยู่ในอาม้าลฮิจเราะห์ และนุซเราะห์ บรรดาซอฮาบะ ห์ได้ออกไปในหนทางของอัลลอฮ ในทุกๆ สภาพการณ์ เวลาแต่งงาน เวลาส่งตัว เข้า เรือนหอ ในขณะที่มีการคลอดในบ้าน เวลามีคนเสียชีวิต ขณะร้อน ขณะหนาว ขณะหิว ขณะยากจนขัดสน ขณะสุขสบาย ขณะป่วยไข้ ขณะมีกำลัง ขณะอ่อนแอ ขณะเป็นหนุ่ม ขณะชราภาพก็ เช่นเดียวกัน

ร้องไห้ขอจากอัลลอฮว่า ขอได้โปรดตอบรับเราสำหรับการพยายามอันสูงส่งนี้ด้วยเถิดเพื่อให้เกิดความเหมาะ สมสัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้ ควรที่จะต้องตัช เกลทุกๆคนให้ได้ออก 4 เดือน ไม่ว่าจะมีอาชีพ ใดก็ตาม ให้ ได้มีการสละจากการงาน ครอบครัว บ้าน เรือน ข้าวของ ของพวกเขา ออกไปดะอฺ วะฮฺ เชิญชวนสู่ประการเหล่านี้ พร้อมๆ กับได้ฝึกตัวเอง ไปด้วย ออกไปพยายามประเทศต่อประเทศ ทวีปต่อทวีป กลุ่มชนต่อกลุ่มชน หมู่บ้านต่อหมู่บ้าน

7.ท่านนบี(ซ.ล.) ได้ทำให้อุมมะห์ ประ ชาชาติทุกคนเป็นชาวมัสยิด ได้ให้อาม้าลที่ เจาะจงบางประการที่เกี่ยวกับมัสยิด ซึ่งอาม้าลเหล่านี้ได้แยกแยะบอกถึงความ แตกต่าง ของชีวิตมุสลิม ในมัสยิดมีการพูดกันถึงความยิ่ง ใหญ่ของอัลลอฮ พูดถึงเรื่องอีหม่าน พูดถึง เรื่องอาคีเราะห์ มีการพูดถึงการทำ อาม้าล ทำให้มีการดำเนินชีวิตที่ดี มีการ เรียนการสอน ให้ทำอาม้าล ได้อย่างถูกต้อง และจากมัสยิดนี่แหละ มีการจัดส่งตัชกีลไปดะอฺวะฮฺสู่อีหม่าน และอาม้าลที่ดี ยังประเทศต่างๆ และเมืองต่างๆ มีการร่วมชุมนุม ในมัสยิดเพื่อการรำลึกถึงอัลลอฮ ที่มัสยิดมีการช่วยเหลือการเสียสละ การ แบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทุกๆคน ไม่ว่าจะ เป็นผู้ปกครอง พลเมือง เศรษฐี คนยากจน พ่อค้า เกษตรกร คนรับจ้าง ต่างก็มาเรียนการดำ เนินชีวิตที่มัสยิด และนำผลสะ ท้อนจากมัสยิด ไปดำเนินกิจการงานของตน วันนี้เรากำ ลังถูกหลอกว่า มัสยิดของเรานั้นอยู่ ได้ด้วยกับเงิน มัสยิดได้ว่าง เปล่าจากอาม้าล และเต็มไปด้วยสิ่งของวัตถุ ท่านนบีไม่ ได้ทำให้มัสยิดต้องคล้อยตามชาวตลาด ในมัสยิดของท่านนบีเองนั้น ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ ไม่มีห้องอาบน้ำ ไม่มีค่า ใช้จ่ายใดๆ ผู้ที่มามัสยิดได้เป็นดาอีย์ ได้เป็นผู้สอนผู้เรียนศาสนาได้ เป็นผู้ซิเกรได้ เป็นผู้รักษาละหมาดได้ เป็นผู้ตออัตได้ เป็นผู้ตักวาได้ เป็นผู้สมถะ ได้ เป็นผู้มีอัคล๊าคที่ดี ออกไปดำ เนินชีวิตด้านนอกได้อย่างถูกต้อง มัสยิดตอนนั้น บริหารชาวตลาด ในระยะ เวลา 4 4 เดือนนี้พยายามฝึกดึงพาผู้คนจากทุกๆ สถานที่มายังมัสยิด ศึกษาอาม้าลต่างๆ ของมัสยิด พร้อมกันนั้นก็ ตัชกีลคนอื่นออก ไป 4เดือน เพื่อเรียนงานการพยายามอันนี้

เมื่อกลับมาสู่หมู่บ้านของตนเอง ก็ ให้พยายามให้มัสยิดมีอาม้าล เหล่านี้ ในหนึ่งสัปดาห์ มี กัส 2 กัส เพื่อรวบรวมชาวบ้านในหมู่บ้าน ให้พวก เขาได้ตะวัจยุห์มุ่งสู่สิ่ง เหล่านี้ และเพื่อเป็นการฝึก คือให้ทุกๆ บ้าน มีคนออก 4 เดือน กัส 1สร้างสิ่ง แวดล้อมในมัสยิดตัวเอง และกัส 2 สร้างสิ่ง แวดล้อมในมัสยิดอื่น จัดตั้งญามาอะห์ ขึ้นในทุกๆ มัสยิดด้วย ทุกๆวัน ผู้คน ในทุกๆ มัสยิด มีการอ่านตะห์ลีม คุณค่าอาม้าล สร้างสิ่ง แวดล้อม งานศาสนา ในหมู่บ้าน ชนบทที่ใกล้เคียงกับ เมืองหรือหมู่บ้านของตนเอง

ด้วยเหตุนี้จึงใคร่ครวญส่งญะมาอะห์ 3 วัน จากทุกๆมัสยิดไปในระยะทาง ระยะ รัศมีประมาณ 10 ไมล์ พี่น้องทุกๆคน พยายามรักษาการออก 3 วันทุกๆเดือน เพราะจากหลักฐาน (من جاءبالحسنت فله  عشرامثالها ) ทำ ความดีหนึ่งได้รับผลตอบแทนถึง 10 เท่า จึงตีออกมาว่า 3 วันก็ ได้รับผลตอบ แทน เท่ากับ 30 วัน ออก 3 วันทุกเดือนตลอดปี ก็จะถูกนับได้ว่าออกในหนทางของอัลลอฮ อยู่ตลอดทั้งปีเลย สนองตากาซาศาสนาภายในประเทศ ฝึกฝนตนเองอยู่เสมอๆ รักษาการออก? 40 วันทุกๆปี ตลอดชีวิตอย่างน้อยๆ 4 เดือน ปีละ 40 วัน เดือนละ 3 วัน สัปดาห์ละ 2 กัส ตะห์ลีม ซิ เกร ตัส เบียะห์ อ่านอัลกุรอ่าน ทุกๆ วัน นี่เป็นพิกัดอย่างน้อยๆ เพื่อให้การดำ เนินชีวิตของเราเป็นการดำเนินชีวิตที่มีศาสนา ถ้าหากว่าเราต้องการที่จะให้ตัวเรา เป็นสาเหตุให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์ ชาติทั้งหมดโดยส่วนรวม มาอยู่บน แนวทางอันถูกต้อง และให้สิ่งที่ เสียหายมันสูญสลายไปหมด ดังนั้น เราก็ต้องเพิ่มอาม้าลให้มาก กว่าพิกัดนี้อีก
เวลา และผลกำไรของเรานั้นครึ่งหนึ่ง เราใช้ในหนทางของอัลลอฮ และ อีกครึ่งหนึ่งนั้น เราให้กับครอบครัว และ กิจการงานของ เรา หรือย่างน้อยๆ ก็คือเศษหนึ่งส่วนสามของ เวลาของเรา ให้กับกิจการงาน หมายถึงให้ เราตั้งอิสติกอมะห์ทุกปี 4 เดือน

พวกท่านทั้งหลายอย่างน้อยๆ 4 เดือนหนึ่งครั้ง ตลอดชีวิต ในช่วงระยะ เวลา 4 เดือนพยายามพูดดะอฺ วะฮฺ ให้มากๆ อย่าได้ไปกลัว เพราะถ้าหาก ไม่พูดดะอฺวะฮฺ ให้มากๆ แนวทางแห่งการดำเนินชีวิต จะ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

พี่น้องทั้งหลายที่ขณะ นี้ยังไม่ ได้ออก 4 เดือน ก็พยายามพูดดะอฺวะฮฺ ให้มากๆ เช่นเดียวกัน ด้วยกับการ เหนียตว่า ?เพราะสาเหตุการพยายาม เช่นนี้ ขอให้อัลลอฮตอบรับเรา

8.การทำกัส มีความสำ คัญ เหมือนกระดูกสันหลังของงานนี้ ถ้าหากว่าการทำกัสถูกต้องก็ถูกตอบรับ ดะ อฺวะฮฺก็ถูกตอบรับ เมื่อดะอฺวะฮฺถูกตอบรับ ก็จะได้มาซึ่งฮิดายะห์ และถ้าหากว่าทำ กัสไม่ถูกตอบรับ ดังนั้นดะอฺวะฮฺ ก็ ไม่ถูกตอบรับ เมื่อดะอฺวะฮฺไม่ถูกตอบรับ ดุอาก็ไม่ถูกตอบรับ เมื่อดุอาไม่ถูกตอบรับ ก็จะไม่ได้มาซึ่งฮิดายะห์

เรื่องการทำกัสนั้น ก็คือ อัลลอฮ กำ จัดการแก้ไขปัญหาทั้งดุนยา และอาคี เราะห์ ไว้ในการดำเนินชีวิต ตาม แนวทางของท่านนบี (ซ.ล.) แนวทางของท่านนบี(ซ.ล.) จะ เข้ามาอยู่ในการดำเนินชีวิต ของเราได้นั้น จะต้องพยายาม ด้วยเหตุนี้เราต้องตัช เกลชาวบ้าน รวมพวกเขาที่มัสยิด เพื่อทำกัส หลังจากละหมาด แล้วก็เอี๊ยะ ลานให้ผู้คนอยู่ร่วม ผู้ที่ทำการเอี๊ยะลาน ลาน ควรเป็นผู้ที่มีหน้าตาในหมู่บ้านนั้น หรืออีหม่ามเองก็จะเหมาะสมมาก แต่ถ้าหากเขาบอกให้เรา (ญะมาอะห์) ทำ เอง เราก็ตั้งให้คนหนึ่งเอี๊ยะลาน หลังจากนั้น ก็บอกความสำคัญของการทำ กัส บอกความจำเป็น และคุณค่า และ ก็ตัชกีลคนที่เขาพร้อม เราก็อธิบายอาดาบมารยาทให้ เขา เข้าใจ เดินไปโดยซิเกร รำลึกถึงอัลลอฮ ลดสายตาลงต่ำ ปัญหาต่างๆทั้งหมดของ เรามันเชื่อมโยงสัมพันธ์ อยู่กับซาตของอัลลอฮ มันไม่ได้ เกี่ยวข้องอะไรเลยกับสิ่งของต่างๆ ที่ เกลื่อนกลาดอยู่ในตลาด สายตาของ เราอย่า ได้เหลียวไปมองสิ่ง เหล่านั้น อย่าได้ตะวัจยุห์ไปสู่มัน ถ้าหากมองสิ่งใด ก็ให้คิดว่ามันเป็นเพียง แค่ก้อนดิน ถ้าหากว่าหัวใจของเราผิน ไปสู่สิ่งเหล่านั้น แล้ว ดังนั้นบุคคลที่ เรากำลังไปหาเขา หัวใจของพวกเขาจะ ผินจากสิ่งเหล่านั้นไปสู่อัลลอฮได้อย่าง ไร การที่ต้องเข้าไปในหลุมกุโบร อยู่ข้างหน้าเรา เราต้องไปอยู่ใต้แผ่นดินนี้ เดินอย่างเป็นระ เบียบ ไม่ห่างกัน ผู้พูดเพียงคนเดียว คนพูด พูดสั้นๆ แล้วส่ง เขาไปมัสยิด พูดว่าพี่น้อง เราเป็นมุสลิม เรากล่าวกะ ลีมะห์ ลาอิลาฮาอิ้ลลั้ลลอฮฺ เรายา เก่นมั่นใจว่า อัลลอฮเป็นผู้เลี้ยงดู ประ โยชน์ โทษ การมีเกียรติ การต่ำเกียรติ อยู่ ในกำมือของอัลลอฮตาอาลา หากเราดำ เนินชีวิตตามคำ สั่งของอัลลอฮ ตาม แนวทางของท่านนบี (ซ.ล.) อัลลอฮจะ ทรงพอพระทัย และให้ เราได้รับความสำเร็จ การดำ เนินชีวิตของพวกเราทุกคน จะ สอดคล้องกับคำสั่งของอัลลอฮ และ ตาม แนวทางของท่านนบีได้นั้น ด้วยเหตุนี้ ที่มัสยิดกำลังมีการพูด-คิด ถึง เรื่องนี้อยู่ หาก เขาละหมาดแล้ว ก็ให้ เขา ไปที่มัสยิด เช่นเดียวกัน แต่ถ้า เขามีธุระจำเป็นก็ให้รีบทำให้เสร็จ แล้วรีบไปมัสยิด ในละหมาดเวลาต่อไป คำ สั่งของอัลลอฮที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการละ หมาด เมื่อละหมาดอัลลอฮก็จะให้ริสกีมีบารอกัต อ???ัยบาปต่างๆ ให้ ทรงตอบรับการขอดุอา บอกถึงข่าวดี และคุณค่า ไม่ต้องบอกถึงผลร้าย เมื่อใกล้ เวลาละ หมาดแล้ว ก็กลับไปมัสยิด ตออัตต่ออามีร กลับมา โดยอิสติกฟาร ตอนนี้ ได้มูซากาเราะ ห์ ถึงอาดาบกัส แล้ว ก็ขอดุอาแล้วออก ไป 10 คนออกไปกัส ทำกัสกับบ้าน เรือนที่อยู่ใกล้กับมัสยิด หากไม่มีบ้าน เรือนก็ให้ทำกัส ในตลาด ส่วนใหญ่ ในญามาอะห์ที่ออกกัส ต้อง เป็นคนที่รักษาอูซู้ลของกัสได้ ให้มีคนอยู่ที่มัสยิด 2-3 คน ตัสกีลคน ใหม่ ได้หลายคนก็อธิบายให้เขา เข้าใจ ให้หมกมุ่นอยู่ที่มัสยิด คนใหม่ 3-4 คนอยู่พร้อมด้วย ที่มัสยิดมีคนหนึ่ง ซิ เกร รำลึกถึงอัลลอฮฺ และดุอาอย่างตะ วัจยุห์ อีกคนหนึ่งเป็นอิสติกบาล ต้อนรับพี่น้องที่มา หากจำเป็นก็บอก ให้พี่น้องอาบน้ำละหมาด และ ละ หมาด อีกคนหนึ่งพูดคุยกับพี่น้องที่มา จนกระทั้งถึงเวลาละหมาด เวลาต่อไป อธิบายถึงเป้าหมายของชีวิต ทำกัส 45 นาที ให้กลับมาก่อนเข้าเวลาละหมาด 7-8 นาที ทุกคนพยายาม ให้ทันตักบีร่อตุ้ลอูลา? คนที่ถูกตัดสินให้บายาน ก็ให้พูดทำ นองที่ว่า การที่ได้เชื่อมโยงสัมพันธ์ กับซาตของอัลลอฮ มีประโยชน์อย่าง ไรในโลกนี้ และโลกหน้า และหากไม่ ได้เชื่อมโยงกับอัลลอฮแล้ว จะมี โทษมีการขาดทุนอะไรในดุนยา และ อาคีเราะห์ อย่างเช่นตอนต้นของจดหมายฉบับนี้ ได้กล่าวถึง 6 ประการไว้แล้ว ก็พูดทุกประ การถึงประโยชน์ คุณค่า แนวทางที่จะ ได้มา บายานธรรมดาๆ อินชาอัลลอฮ ผู้คนจะได้เข้าใจ และจะ รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น และจะเข้า ใจว่า เราก็สามารถ เรียนได้ศึกษาได้ คน ในญามาอะห์ของเรา ก็พยายาม ให้ความสำคัญ ในการนั่งร่วม ฟังด้วยกับตะ วัจยุห์ ต้องการสิ่งที่คนพูดกำลังพูด ให้ เราคิดในใจว่านี่คือความจริง อีหม่านจะ เกิดขึ้นในหัวใจ มีความต้องการ อยากจะ ปฏิบัติ พยายามยืนหยัด กับการตัชกีล 4 เดือนเอาชื่อสดๆ หลังจากนั้นก็ตัชกีล 40 วัน หลังจากนั้นอีก ก็แล้วแต่ใครจะให้ เวลาขนาดไหน ก็รับไว้ การพยายาม ในขณะ ตัชกีลเป็นมันสมองของงานดะอฺวะฮฺ หาก ไม่พยายามอย่างจริงจัง ในขณะตัชกีล ดังนั้นงานก็เหลือเพียงแค่การพูด เท่านั้น ไม่มีการเสียสละเกิดขึ้น และทำ ให้จิตวิญญาณของงานหมดไป ผู้ที่บะ ยานนั่น แหละ เป็นผู้ที่ตัชกีล อีกคนหนึ่งลุกขึ้นมาเขียนชื่อ คน เขียนชื่อไม่ต้องเริ่มบะยานใหม่ สามารถตัรฆีบได้ประโยค สองประโยค หลังจากนั้นก็บอกให้เขาตัชกีลกันเอง พยายามตัสกีลคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยกับฟิเกร บอกวิธีแก้ไขปัญหา อุปสรรค์ ด้วยการรักษาน้ำใจ และตัรฆีบ ชี้ถึงประ วัติการเสียสละของบรรดานบี และ บรรดาซอฮาบะ ห์ สุดท้ายก็ตัชกีล งานมากอมี ตั้งญะมาอะห์ มัสยิด สัปดาห์ ละ 2 กัส ตะลีม ซิเกร ทุกๆวัน  3 วัน ทุกๆ เดือน และอื่นๆ

            ในการบะยาน ให้พูดถึงการช่วย เหลือของอัลลอฮที่มีต่อบรรดานบี และ บรรดาซอฮาบะ ห์ และไม่ต้องพูดถึงการช่วย เหลือของอัลลอฮที่มีต่อเรา ตอนบะยาน ไม่ต้องพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบัน มุ่ง ไปสู่สิ่งที่ดี ความดีของประชาชาติ ที่ควรจะ ต้องสร้างให้เกิดขึ้นมันจะดีกว่า การพูดถึงความบกพร่อง ความเสื่อม โสมของประชาชาตินี้ ในด้านอีหม่านอาม้าล อักล๊าค

9.นั่งฟัง ในวงตะห์ลีมด้วยกับตะ วัจยุ ให้ความสำคัญ มีความรัก มีอาดาบ ไม่นั่งพิง พยายามนั่งโดยมีน้ำละหมาด อย่าลุกไปโดยไม่จำเป็นจริงๆ ไม่พูดคุยกัน หากว่านั่ง ได้เช่นนี้ บรรดามลาอีกะ ห์จะมาห้อมล้อม ผู้ที่นั่งร่วมอยู่จะได้รีบซีฟัตตออัต ด้วยกับการฝึกให้ความยิ่งใหญ่ ให้ความสำคัญ นูรของฮะดิษจะเข้ามา ในหัวใจซึ่งจะได้ฮิดายะห์ แห่งการปฏิบัติ นั่งร่วมเมื่อใดก็นึกถึงอาดาบ และเป้าหมายทันที

จุดประสงค์ของตะลีมก็คือ? ความต้องการ การแสวงหาศาสนา ให้ เกิดขึ้น ในตัว เรา เมื่ออ่านคุณค่าของอัลกุรอ่านแล้ว มีการฝึกตัจวีต ฮัลเกาะห์ อัลกุรอ่าน ซู เราะห์ต่างๆ ที่ส่วนใหญ่ ใช้ในละ หมาด การมูซากาเราะห์ อัตตะฮียัต ดุอากูนูต? การฝึกสอนการอ่านกุรอ่าน ให้ถูกนั้น ไม่ทำในตะลีมอิสติมาอี แต่จะ ทำใน เวลาอินฟีรอดี ขออัลลอฮได้โปรด เตาฟีกให้จากทุกๆคน คุณค่า ให้อ่าน 3-4 หน้า ขณะอ่านตะลีม ไม่ต้องอธิบายเอง เพิ่มไปอีก อ่านหะดิษจบแล้ว? ก็พูดตัรฆีบซัก 2-3 ประโยคเพื่อ ให้ต้องการอยากที่จะปฏิบัติ ท่าน เชคกุลฮะดิษเมาลานาซะการียา หนังสือที่ ได้ประพันธ์เรียบเรียงคุณค่าอัลกุรอ่าน คุณค่าละหมาด คุณค่าตับลีฆ คุณค่าซิ เกร คุณค่าซอดาเกาะห์ ทั้งเล่ม 1 เล่ม 2 คุณค่ารอมฎอน คุณค่าฮัจย์(ในฤดูฮัจย์ และในเดือนรอมฎอน) อีกทั้งหนังสือของ เมาลานาเอี๊ยะติชามุ้ลฮาซัน กานดะละ วีย์ ที่ชื่อว่า ?การรักษาเยียวยาความตกต่ำ ของมุสลิมในปัจจุบัน? เฉพาะหนังสือที่กล่าวมาเหล่านี้ เท่านั้นที่ใช้อ่านกันในตะลีมอิสติมาอี รวมทั้ง เวลาอินฟีรอดี ก็อ่านคนเดียว ได้ มีการมูซากาเราะห์ 6 ประการด้วย ฝึก ให้ทุกๆ คนบายาน 6 ประการ เมื่อตะลีม เริ่มก็ให้ 2 คน ออกไปตะลีมมีกัส 15-20 นาที ก็กลับมา และอีก 2 คนต่อ ไปก็ไปอีก พยายามเช่นนี้อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้ชาวบ้าน ได้มาฟังตะลีม ขณะออกญามาอะห์อยู่ ตะลีม เช้า และหลังดุฮ์รี สอง เวลาตะลีม 2-3 ช.ม. ขณะอยู่ที่บ้านตะลีมวันละ1 ช.ม. เริ่มต้นใช้เวลาตะลีมเท่าที่ชาวบ้านจะร่วม ได้

10.การสนองตอบตากาซาต่างๆ และการคิดฟิเกรตากาซาขึ้นมา คนที่พร้อมจะออก การส่ง เขาออกตัชกีลอย่างเหมาะสม และ ปัญหาต่างๆทั้งหมดนี้ ร่วมมูซากาเราะ ห์กับพี่น้องของ เรา นั่งร่วมประ ชุมด้วยตะวัจยุห์ มีฟิเกร พร้อมกับดุอาขอจากอัลลอฮ ในการประ ชุม ไม่ยืนกราน ไม่ขยั้นขยอ ความคิดของตนเอง ไม่มีความต้องการที่จะ สั่ง ให้ผู้อื่น ให้ปฏิบัติ เพราะสิ่ง เหล่านี้จะทำให้การช่วย เหลือจากอัลลอฮออกห่างไป เมื่อขอความคิดเห็นก็ให้บอกสิ่งที่อยู่ในหัว ใจ โดยเข้าใจเสมอว่าเป็นอะมานะห์ เสนอความคิดเห็นแบบสุภาพ ไม่ใช่แบบ ไปขวางหรือขัด แย้งกับคนอื่น? ให้คิดอยู่ในใจว่าความคิดเห็นของฉัน ข้อ เสนอของฉันนี้ มันมีความชั่วความไม่ดี ของนัฟซูอารมณ์ของฉัน รวมอยู่ด้วย หากว่าการตัดสิน ตรงกับความคิด เห็นของคนอื่น ก็ให้ดีใจว่า ได้ปลอดภัยจากความชั่ว ความ ไม่ดีของฉันแล้ว และ ถ้าหากตัดสินตรงกับความคิด เห็นของ เรา ก็ให้กลัว และขอดุอาให้มากๆ พื้นฐานการตัดสินของเรานั้น ไม่ใช่ที่ เสียงข้างมาก และก็ไม่จำเป็นที่จะ ต้องขอข้อเสนอ ความคิดเห็นจากทุกๆ คน ในทุกๆเรื่อง การรักษาน้ำ ใจถือว่า เป็นสิ่งที่จำเป็น ให้อามีรยาเก่นว่าด้วยกับบารอกัตของการนั่งรวมกันคิดนี้ อัลลอฮจะทรง เปิดสิ่งที่ถูกต้อง ให้อามีรนั้นต้องเข้าใจว่า ตนเองต้องพึ่งการมูเชาเราะห์ หลังจากขอความคิด เห็นด้วยการครุ่นคิดตรึกตรอง อามีรก็บอก ในสิ่งที่เหมาะสม ที่อามีรเข้าใจ พูดโดย ไม่ให้รู้สึกถึงการไม่ให้ความสำคัญ กับความคิดของผู้ใด ถ้าหากว่ามีอุปนิสัย ความต้องการที่ แตกต่างกัน ก็ ให้ตัรฆีบให้มีความต้องการ อยากที่จะ ตออัต ให้ทุกคนมีความต้องการ ที่จะ ปฏิบัติตามคำพูดของอามีร ให้มีความรู้สึก เหมือนว่า ได้ตัดสินตรงกับความคิดเห็น ของพวก เขาเอง ในการนี้ มีการตัรบียะห์ อบรมฝึกฝนหลังจากปฏิบัติตามนั้น แล้วถ้าหากเกิดบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ เห็นว่าความคิดของเรานั้นมันเหมาะ สมมากกว่า ถึงแม้กระนั้นก็ตาม ก็อย่า ได้ติเตียนส่อเสียดเป็นอันขาด ต้องยา เก่นว่าในสิ่งนี้แหละมีความดี ได้มีผลร้าย และโทษอย่างหนักที่บอกไว้สำหรับผู้ที่ติ เตียนส่อเสียดต่ออามีร

11.เมื่อทุกๆมัสยิดในทุกๆ หมู่บ้านมีการพยายาม 2 กัส ในแต่ละ สัปดาห์ ซึ่งเป็นสาเหตุ ให้มีการพยายามให้มีคนออก 4 เดือนจากทุกๆ บ้าน ผู้คนร่วมกันตะลีม และซิเกร ทุกๆมัสยิดมีการพยายามจัดญะ มาอะห์ 3 วันส่งออก ดังนั้นการรวมตัวกัน ในคืนมัรกัรกัสก็จะดำเนินไปด้วยดี และ จะทำให้งานเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เวลาอัสรี ของวันมัรกัส ทุกๆมัสยิด ทุกๆ หมู่บ้าน จัดญะมาอะห์ไปร่วมคืนมัรกัส พร้อมที่นอน และอาหาร ตัดสินจากมู เชาเราะ ห์ให้คนหนึ่งบายาน ซึ่ง เป็นคนที่ทำงาน และคลุกคลีกับงานอยู่ และให้คนที่มีฟิ เกรมากๆในเรื่องตากาซาต่างๆ? ทำ หน้าที่ตัสกีลอย่างจริงจัง หากตัสกีลไม่ ได้ หรือ ไม่มีคนจะออก ตอนกลางคืนต้องพยายามอีก ร้อง ไห้ขอดุอาจากอัลลอฮ เมื่อได้ญามาอะ ห์แล้ว ตอนเช้าก็จัดญามาอะห์ บะยานฮิดายะห์ และส่งออกตัสกีล ญามาอะห์ 3 คนที่จัดมาจากหมู่บ้านต่างๆ ก็ส่งออกโดยทั่วไป ในระยะทาง 7-8 ไมล์ คนที่จะต้องตั้งเป้าไว้ว่า ให้ ได้ญามาอะห์ 4 เดือนทุกๆคืนมัรกัส หากอัลลอฮประสงค์ ในคืนมัรกัสยังไม่สามารถสนองตอบตากาซาต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ได้ ดังนั้นก็ ให้กลับ ไปพยายามอีกในหมู่บ้านของตนตลอดสัปดาห์ เพื่อให้หมู่บ้านของตน ได้สนองตอบตากาซา ให้สมบูรณ์ ในคืนมัรกัสครั้งต่อไป

12.พี่น้องทั้งหลายงานนี้เป็นงานที่ละ เอียดอ่อนมากท่านนบี(ซ.ล.) ได้พยายาม ซึ่งด้วยการพยายามนี้ ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ใน แนวทาง แห่งการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ทั้งหมด การประกอบอาชีพ การ แต่งาน การอยู่ร่วมกัน พบปะ กัน การอิบาดัต มู่อามาลาต และอื่นๆ ดังนั้น ท่านนบี เองได้บอกแนวทาง แห่งการพยายามนี้ไว้มากมายขนาดไหน ตอนนี้ เรายังทำงานนี้ ไม่เป็นเลย และ ตอนนี้งานก็ยังไม่ได้เริ่มขึ้น งานจะเริ่มก็ต่อ เมื่อในตัวผู้คนบรรจุเต็มไปด้วยอีหม่านยา เก่น ความรักต่ออัลลอฮ การมุ่ง ไปยังอัลลอฮ การฟิเกรในเรื่องอาเคเราะ ห์ ความ เกรงกลัวต่ออัลลอฮ ความสมาถะ และตักวา ความยำ เกรงประกอบกับ ตัวของผู้คนประ ดับประดาไปด้วยอัคลากของท่านนบี (ซ.ล.) ลุ่มหลงต้องการความพอพระ ทัยของอัลลอฮ? เป็นแรงดึงดูดพวกเขา ให้มีความต้องการ อยากที่จะสละชีวิต ไปในหนทางของอัลลอฮ

ท่านอุมัร(รอดิยัลลอฮุอันฮู) ได้กล่าว ไว้ว่า ขออัลลอฮได้โปรด เมตตากับคอลิต(รอดิยัลลอฮุอันฮู) ด้วย เถิด ความมุ่งหวังในใจของเขานั้น มี เฉพาะแต่สิ่งนี้เท่านั้น คือการ เจิดจรัญของผู้เที่ยงธรรม และ การจบสิ้นไปของผู้อธรรม ไม่มีความมุ่งหวังอันใดอีกแล้ว ขณะ นี้บารอกัตของงานที่เราได้มอง เห็นนั้น มันเป็นบารอกัตที่มีมาก่อนงานจะ เริ่ม อย่างเช่นขณะที่ท่านนบี(ซ.ล.)ประ สูติ ก็มีบารอกัต เริ่มปรากฎขึ้นมาทันที แต่งานที่ แท้จริง และบารอกัตที่ แท้จริงนั้น ได้เริ่มมีขึ้นหลังจาก 40 ปีผ่าน ไป แล้ว ตอนนี้กำลังมีการพยายามกันอยู่ เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่พร้อมจะทำงาน บุคคลที่อัลลอฮจะเลือกให้เขาทำงานนี้ และให้เขาเป็นสาเหตุที่จะทำให้ฮิดายะ ห์แผ่ขยายไปนั้นคือ? บุคคลที่การดำ เนินชีวิตของเขา เปลี่ยน แปลงสอดคล้องกับการดะอฺ์วะ ฮฺ ของเขา ส่วนคนที่การดำเนินชีวิตของ เขาไม่เปลี่ยนแปลงนั้น อัลลอฮจะไม่เลือก เขาทำงานศาสนา งานนี้เป็นงานของบรรรดานบีทั้งหลาย

13.ในงานนี้ มีอันตรายที่จะเกิดฟิตนะ ห์อันรุนแรงขึ้นหากไม่เข้าใจ ถึงความจำ เป็นของการศึกษาอูซู้ลของงาน และ ไม่ทำ งานให้เป็นไปตามอูซู้ล เมื่อท่านนบี(ซ.ล.) มีความตั้งใจที่จะ เริ่มงานในต่างประเทศสิ่งแรกที่ท่านนบี บรรดาซอฮาบะ ห์คิดถึง 3 วันด้วยกัน หลังจากนั้นท่านก็ได้กล่าวว่า? ดัง เช่นที่ว่างานได้มีเกิดขึ้น ณ ที่นี้ ก็ให้เอา แบบอย่างแนวทางที่จริงๆออก ไป พยายาม-ายนอกเช่นเดียวกันนี้แหละ คือลักษณะเฉพาะของงานนี้ อูซู้ลของงานนี้จะไม่เปลี่ยน แปลงด้วยการพิจารณาถึงสถานที่ -าษา ความคุ้นเคย ความเป็นอยู่ของสังคม ฤดู และอื่นๆ สำหรับการศึกษา และ ยืนหยัดอยู่ในอูซู้ล และแนวทาง ของงานนี้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะ ต้องมาสู่บรรยากาศสิ่งแวดล้อม ต้องมาบ่อยๆ ที่นี่ ท่านได้ทุ่มเทชีวิตจิต ใจของท่าน และจำเป็นอย่างมากที่จะ ต้องพบปะพูดคุยกับบรรดา บุคคลซึ่งที่ ได้เคยเสียสละ ดิ้นรน พยายาม เคียงบ่า เคียงไหล่กับท่าน พวก เขาได้อยู่ในบรรยากาศนี้ และ ทำ งานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ตั้งแต่วันนั้น จนกระทั่งถึงวันนี้ การที่จะยืนหยัดอยู่ ได้บนอูซู้ลและ แนวทางของงานนี้ อาจเป็น ไปไม่ได้เลย หากปราศจากสิ่งนี้ ดังนั้นจึงต้อง ให้ความสำคัญกับการจัดส่งผู้คนที่ทำงาน ให้มาในบรรยากาศสิ่งแวดล้อมอันนี้

บรรดานบีทั้งหลาย ได้มาเผชิญหน้า ต่อสู้กับอัสบ๊าบ ใดอัสบ๊าบหนึ่ง ในสมัยของตน และบอกว่า ความสำ เร็จนั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับอัสบ๊าบนี้ เลย ความสำเร็จนั้นมัน เกี่ยวข้อง โดยตรงกับซาตของอัลลอฮ ถ้าหากว่าอาม้าลดีถูกต้อง อัลลอฮก็จะ ทรงประ ทานความสำเร็จให้ ในอัสบ๊าบอันเล็กน้อยก็ตาม และ หากอาม้าลเสีย ไม่ดี อัลลอฮก็จะให้ ได้รับความหายนะล้มเหลวพร้อมทั้งทำ ลายล้างอัสบ๊าบ อันยิ่งใหญ่มากมายที่ เขามีอยู่ จงปฏิบัตอาม้าลให้ดี ให้ถูกต้องในอัสบ๊าบนี้ เพื่อการ ได้รับความสำเร็จ นบีทุกท่าน ได้พยายาม เผชิญหน้า ต่อสู้กับอัสบ๊าบ ในยุคสมัยของตน ส่วนท่านนบี (ซ.ล.) ได้มาเผชิญหน้าต่อสู้กับอัสบ๊าบทั้งหลาย อัสบ๊าบ การมีจำนวนคนมาก อัสบ๊าบรัฐบาล อัสบ๊าบทรัพย์สมบัติ อัสบ๊าบการ เกษตร และอัสบ๊าบการประ กอบอาชีพต่างๆการพยายามของท่านนั้น ไม่ได้ดำเนินไปด้วยกับอัสบ๊าบ เหล่านี้ การพยายามของท่านนบี(ซ.ล.) ได้ดำเนินไปด้วยกับการมุญาฮาดะห์ และการกุรบ่าน เสียสละ สิ่งที่เสียหายไม่ดี แผ่ขยายด้วยกับการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขสะดวกสบาย ส่วนสิ่งที่แน่แท้ และ ถูกต้องนั้น แผ่ขยายด้วยกับการ ได้รับความลำบาก สิ่งเสียหาย จรัสจ้าด้วยกับอำนาจทรัพย์สมบัติ ส่วนสิ่งที่ แน่แท้ เจิดจรัสด้วยกับความลำบาก ความยากจนขัดสน มากเท่าไหร่ที่ฟิตนะ ห์ต่างๆ กำลังถูกนำพามาด้วยพื้นฐาน แห่งทรัพย อำนาจ ความสะดวกสบาย สำ หรับสิ่งที่แน่แท้ที่จะมาทำลายล้างมัน ก็ด้วยการอดทนต่อความลำบาก ความยากจน ขัดสน ดังนั้น ต้องสร้างความ เพียบพร้อมในการมุญาฮาดะห์ การกุรบ่าน ให้เกิดขึ้นกับอุมมะห์ประ ชาชาติด้วยงานนี้ การจำกัดขอบ เขตของงานไว้กับอัสบ๊าบนั้น เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงสำ หรับงานนี้ จะทำให้งาน ไม่มีวิญญาณ

           วิธีการปกป้องรักษางานนี้ก็คือผู้ทำ งานจะ ต้องกุรบ่าน เสียสละอัสบ๊าบต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกทั้งหมดกับงานนี้ และยืนหยัดยึดมั่นอยู่กับการมูญาฮาดะ ห์ อย่าให้การมุญาฮาดะห์ หมดไป เพิ่มการพยายามให้มากขึ้น กับคนยากจน ส่งญามาอะห์เดินเท้าออกไป ผู้คนจะ มาหาพลางกล่าวว่า นี่ เงินของ เรา เอาไปใช้จ่ายกับงานศาสนาเถอะ  ดังนั้น เราต้องกุรบ่านอัสบ๊าบ และ กล่าวตอบว่า  โอ้ท่านครับ ที่นี่ งานนี้ สอน แนวทาง และความต้องการอันบริสุทธิ์ และการใช้จ่ายอย่างถูกต้อง ให้หลีกจากนั้นก็จะขวนขวาย แสวงหาสถานที่ในการ ใช้จ่ายด้วยตนเอง มาซิมาศึกษา แนวทางนั้นกันเถอะ

          สำหรับการทำงาน ให้งานนี้สมบูรณ์นั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะ ต้องหลีกเลี่ยง แนวทางต่างๆ ตามยุคตามสมัย ตามประเพณี หนังสือพิมพ์ โปสเตอร์ วารสาร และการใช้คำ ต่างๆตามประเพณีนิยม งานนี้ไม่ใช่งานที่ตามประเพณีนิยม แนวทางแห่งประเพณีนิยมจะทำ ให้ประเพณีนิยมเข้มแข็งขึ้นมา ไม่ใช่จะ ทำให้งานนี้เข้ม แข็งขึ้นมาได้

14. จริง แล้วงานนี้ก็คือการตัชกีล การดะอฺวะฮฺ การทำกัช การตะห์ลีม เมื่อจำเป็นต้องมุเชาเราะห์ ก็แยกคนที่ เหมาะสมออกมาแล้วมุ เชาเราะ ห์กันไม่ ใช่ว่า คนที่ร่วมมุเชาเราะ ห์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาม้าลอูมูมีย์ ใน โอกาส ใดๆก็ตามที

15. พยายามให้งานเกิดขึ้น ในนักศึกษาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย จัดตั้งญามาอะห์ นักศึกษาทำงานมากอมีย์ ในหอพัก ทำกัส 1 ในหอพักของตน และ ออกไปทำกัส 2 ประจำสัปดาห์ ในหมู่บ้านใด หรือในหอพักอื่น หมู่บ้าน ใกล้เคียงก็มาทำกัสในหอพักด้วย น.ศ. ในหอพักรักษาอ่านตะห์ลีมทุกๆวัน และ ตั้งอิสติกอมะห์ ออก 3 วันทุก เดือน

16. งานมัสตูรอ (งานผู้หญิง) ก็ยิ่งละ เอียดอ่อนมากขึ้นไปอีกมีโอกาสเป็น ไป ได้ในการฝืนกฎเรื่องหิญาบ อย่า ได้มีอิจติมาอคือการรวมตัวของผู้หญิงมากๆ อย่างเด็ดขาด ให้นำผู้หญิงมาร่วมกันฟังตะ ห์ลีมได้ ในหมู่บ้านของตน ในบ้านที่มีการปกปิดมิดชิด งานผู้หญิง เริ่มต้นจากการที่ผู้ชายไปฟังจากอิจติมาอ จากบายาน จากตะห์ลีม นำกลับมาเล่า ให้ผู้หญิงคนที่บ้านได้ฟัง อินชาอัลลอฮ การทำ เช่นนี้ ไม่นานคนที่บ้านก็จะ เริ่ม เข้าใจ บางครั้งบางคราวก็จัดญามาอะ ห์ผู้หญิง 1 วัน หรือ 3 วันออก ไปใกล้ๆ ในการออกญามาอัตผู้หญิงนั้น ต้องมีสามี ไปด้วยกับการรักษาหิญาบ พักอยู่ ในบ้านที่มิดชิด ส่วนผู้ชายพักอยู่ที่มัสยิด ทำงานที่มัสยิด สถานที่ต่างๆ ที่ท่านนบี(ซ.ล.)ได้เคยพยายามไว้ การ เดินทาง เพื่ออุม เราะห์ เป็นสิ่งหนึ่งที่จะ ปลุกเร้าบุคคล สถานที่ เหล่านั้นให้ลุกขึ้นมา พยายามกับการฟื้นฟู การเคลื่อน ไหวของการทำ งานศาสนา ในหนทางของอัลลอฮ เป็นโอกาสดีที่จะ ได้พบปะกับคน เก่าๆ จากทุกสถานที่ และเป็น โอกาสดีที่จะได้เข้าใจถึงอูซู้ลต่างๆ ของงานอย่างละเอียด เมื่อได้ทราบข่าวการ เตรียมตัวเดินทางทำอุมเราะห์ ของฮัจยีฮานีฟ และบั๋ยมูฮำหมัด อิดรีส ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ขออัลลอฮ ได้โปรดทรงตอบรับเถิด และขอให้ท่าน ได้พยายามพา เพื่อนๆ คนเก่าๆ ได้ร่วม เดินทางมาด้วย


........................................................................


  

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18/ม.ค./2012 09:04:47 โดย ADB »

2 ความคิดเห็น

abdoll
  ความคิดเห็น #1 เมื่อ: 09/ก.ค./2012 03:48:09 »
 :) :Dขอหัวข้อที่ 12 ถึง 16 ด้วยครับ
12 ซีฟัตการทำงาน
13 ความจำเป็นของการศึกษาอูซู้ลและสิ่งที่เกี่ยวข้อง
14 รูปร่างของงานจริงๆ
15 งานนักศึกษา
16 ความละเอียดอ่อนของานมัสตูรอ (งานผู้หญิง) :D :D :D ???

  ความคิดเห็น #2 เมื่อ: 10/ก.ค./2012 09:57:37 »
นั่นสิ ในเว็บเก่าเห็นมีครบ สงสัยก๊อบมาไม่หมดแน่เลย หรือว่าในแต่ละกระทู้จำกัดจำนวนตัวอักษรเอาไว้ก็เป็นได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10/ก.ค./2012 09:59:30 โดย muhammad ilyas »

 


Facebook Comments