คุตบะฮฺครั้งสุดท้ายของท่านนบี(ซ.ล)

29/ม.ค./2015 06:03:58 โดย ADB
0
2368


...คุตบะฮฺครั้งสุดท้ายของท่านนบี...

คุฏบะฮฺนี้ได้ถูกกล่าวขึ้นเมื่อวันที่เก้า
 ของเดือนซุลฮิจญะฮฺ ฮ.ศ. 10 ในหุบเขาอุรอนะฮฺแห่งทุ่งอะรอฟะฮฺ
 หลังจากการกล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮฺ ท่านศาสนทูต (ซล) กล่าวว่า....

‪#‎โอ้‬ มนุษย์ทั้งหลาย จงฟังถ้อยคำของฉัน เพราะฉันไม่รู้ว่า หลังจากที่ปีนี้ได้ผ่านพ้นไป ฉันจะได้อยู่ร่วมกับพวกท่านอีกหรือไม่ ดังนั้นจงฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะกล่าวต่อ
 พวกท่านด้วยความตั้งใจเถิด และจงนำเอาถ้อยคำของฉันไปบอก
 กล่าวต่อบรรดาผู้ที่มิได้อยู่ ณ ที่นี่ใน
 วันนี้

#โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย เดือนนี้ วันนี้ และเมืองนี้ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นชีวิตและทรัพย์สินของมุสลิม
 ทุกคนนั้นต่างก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน (อันเป็นสิ่งหวงห้ามต่อการละเมิดซึ่งกันและกัน)จงคืนสิ่งของให้แก่เจ้าของด้วยความชอบธรรม ...จงปฏิบัติต่อผู้คนด้วยความยุติธรรม
 เพื่อที่จะไม่มีผู้ใดปฏิบัติต่อท่านด้วย
 ความอยุติธรรม
...จงรำลึกเถิดว่าแท้จริงนั้น ท่านจะได้พบกับพระเจ้าของท่าน และพระองค์จะทรงคิดคำนวณการงานทั้งหลายของท่าน

‪#‎อัลลอฮฺทรงห้ามท่านจากการกิน‬
ดอกเบี้ย (ริบาอฺ) ดังนั้น “ริบาอฺ” ทั้งหลายจำต้องถูกยกเลิกจากวันนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม “ทรัพย์สินของท่าน” นั้นเป็นส่วนของท่านที่ท่านจำต้องรักษา ท่านจะสร้างความเสียหายหรือสร้าง
 ความเจ็บปวดต่อผู้ใดโดยปราศจาก
 ความยุติธรรม อัลลอฮฺทรงตัดสินว่าจะต้องไม่มี
“ริบาอฺ” ใดๆ หรือ ริบาอฺของ
 อับบาส อิบนุ อับดุลมุฏฏอลิบ จำต้อง
 ถูกยกเลิกทั้งหมด จากนี้เป็นต้นไป

‪#‎ทุกๆ‬ สิทธิที่เคยได้รับการละเมิดจาก
 การถูกฆ่าในยุคก่อนอิสลาม (ญาฮิลิยะฮฺ) จะได้รับการอภัยโทษ และผู้แรกที่จะได้รับการอภัยโทษนั้นคือการละเมิดของนักฆ่า รอบีอะฮฺ อิบนุฮาริษ อิบนุอับดุลมุฏฏอลิบ

#โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย บรรดาผู้ปฏิเสธต่างหมกมุ่นอยู่กับเดือนต้องห้ามเพื่อที่จะทำให้สิ่งที่อัลลอฮฺทรงสั่งห้ามกลายเป็นที่อนุมัติ และทำให้สิ่งที่อัลลอฮฺทรงอนุมัติกลาย
 เป็นสิ่งต้องห้าม ด้วยอัลลอฮฺ บรรดาเดือนทั้งหลายนั้นมีจำนวน
 ทั้งหมด 12 เดือน และ มีอยู่ 4 เดือนที่เป็นเดือนต้องห้าม 3 เดือนในนั้นติดต่อกัน (ซุลเกะอฺดะฮฺ ซุลฮิจญะฮฺ และมุฮัรรอม) และ มีเดือนหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างญุมาดากับ
 ชะอฺบาน (รอญับมุฎ็อร) พึงระวังบรรดาชัยตอนมารร้าย เพื่อความปลอดภัยต่อศาสนาของท่าน มันได้สูญสิ้นซึ่งความหวังในการที่นำพวกท่านออกนอกหนทางด้วยสิ่งที่เป็นบาป ใหญ่ ดังนั้นจงระวังการล่อลวงของมัน
 ที่จะนำท่านไปสู่สิ่งที่เป็นบาปเล็ก
 ทั้งหลาย

#โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย แท้จริงแล้วท่านต่างมีสิทธิ์เหนือบรรดา
 ภรรยาของท่าน หากแต่พวกนางก็มีสิทธิ์เหนือพวกท่าน
 ด้วยเช่นกัน พึงรำลึกเถิดว่า..ท่าน ได้นำเอาพวกนางมาเป็นภรรยาของ
 ท่านภายใต้การมอบหมายของท่านต่อ
 อัลลอฮฺและด้วย การอนุมัติของพระองค์ หากพวกนางเชื่อฟัง ปฏิบัติตามสิทธิ์ของท่าน ดังนั้นพวกนางก็คู่ควรที่จะได้รับ
 สิทธิ์แห่งการดูแลด้วยอาหารและ
 อาภรณ์ด้วย ความเมตตาของท่าน จงปฏิบัติต่อภรรยาของท่านด้วยดีและ
 เมตตาต่อพวกนางเถิด เพราะพวกนางคือคู่ครองของท่าน
 และเป็นผู้ช่วยเหลือสนับสนุนท่าน มันเป็นสิทธิ์ของท่านและพวกนางจะ
 ไม่คบค้าสมาคมกับผู้ใดที่ท่านไม่พึง
 ประสงค์ เช่น เดียวกับการมิให้พวกนาง
 ทำสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์

#โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย พึงฟังฉันด้วยความตั้งใจเถิด จงทำการสักการะต่ออัลลอฮฺ (ผู้ทรงสร้างจักรวาลนี้) จงทำการละหมาดห้าเวลาประจำวัน (ศอลาฮฺ) จงถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน และจงบริจาคซะกาตจากทรัพย์สิน
 ของท่านและจงทำฮัจญฺหากท่านมีความสามารถ

‪#‎มนุษย์ทั้งหลายนั้นเกิดจากอดัมและ‬
ฮาวา..ชนอาหรับมิได้เหนือกว่าชนที่มิใช่อาหรับหรือชนที่มิใช่อาหรับก็มิได้เหนือกว่าชนอาหรับและชนผิวขาวก็มิได้
 เหนือกว่าชนผิวดำหรือชนผิวดำก็มิได้
 เหนือกว่าชนผิวขาว เว้นแต่บรรดาผู้ที่มีศีลธรรมและผู้กระทำความดีงาม พึงตระหนักเถิดว่า มุสลิมทุกคนนั้นเป็นพี่น้องของมุสลิมแต่ละคนและบรรดามุสลิมนั้นได้สถาปนา
 ความเป็นพี่น้องต่อกันขึ้นมา ไม่เป็นที่อนุมัติสำหรับมุสลิมที่จะทำการละเมิดสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นของพี่น้อง
 มุสลิมของเขาเว้นเสียแต่ว่ามันได้ถูก
 มอบให้แก่เขาด้วยความเต็มใจ ดังนั้นจงอย่ากระทำในสิ่งที่ไม่ยุติธรรม
 ต่อตัวของท่านเองเถิด

‪#‎พึงรำลึกเถิดว่า‬ วันหนึ่งท่านจะปรากฎอยู่หน้าพระพักตร์ของอัลลอฮฺและท่านจำต้องตอบคำถามเกี่ยวกับการงานทั้งหลายของท่าน พึงระวังเถิด..จงอย่าหันเหออกจาก
 หนทางแห่งคุณธรรมหลังจากที่ฉัน
 ได้จากไปแล้ว

#โอ้ มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ย แท้จริงแล้วจะไม่มีซึ่ง “นบี” หรือ “รอซูล” อื่นใดจะมายังพวกท่านหลัง
 จากฉัน และจะไม่มี “ความศรัทธาใหม่” ใดๆ เกิดขึ้นหลังจากนี้ จงใช้สติของพวกท่านอย่างดีเถิด
 ดังนั้น โอ้ บรรดามนุษย์ทั้งหลาย จงทำความเข้าใจต่อถ้อยคำที่ฉันนำมายังท่านฉันกำลังจะจากท่านไปโดยทิ้งไว้แก่ท่าน ซึ่ง “พระคัมภีร์แห่งอัลลอฮฺ” (อัลกุรอาน) และสุนนะฮฺของฉัน (การดำเนินชีวิต และความประพฤติอันเป็นแบบอย่าง
 ของท่านศาสนทูต มูหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยวะซัลลัม) หากท่านดำเนินชีวิตของท่านตามสอง
 สิ่งนี้ท่านย่อมไม่มีทางที่จะหันเหออก
 จากหนทางนี้

‪#‎บรรดาผู้ที่ฟังฉันทั้งหลายเอ๋ย‬ จงนำถ้อยคำของฉันไปบอกกล่าวต่อ
 ผู้คนและจงให้พวกเขาเหล่านั้นบอก
 กล่าวต่อผู้อื่นด้วยเถิด และขอให้บรรดาคนในช่วงสุดท้าย (แห่งดุนยานี้) จงเข้าใจต่อถ้อยคำของฉันดียิ่งกว่า
 ผู้ที่รับฟังจากฉันโดยตรงด้วยเถิด
 โอ้ อัลลอฮฺ โปรดเป็นสักขีพยานแก่ฉัน ว่าฉันได้ถ่ายทอดสารของพระองค์ให้
 แก่มวลมนุษย์แล้ว”

##‪#‎สุนทรพจน์‬ (คุฏบะฮฺ) ครั้งสุดท้ายของท่านศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัมลัม หรือ “คุฏบะตุลวะดาอฺ” ได้ถูกกล่าวไว้ในหนังสือรายงานฮะดีษ
 ทั้งหมด ในฮะดีษศอเฮียฮฺ อัลบุคอรีย์ได้กล่าวถึงคุฏบะฮฺดังกล่าว
 ไว้ส่วนหนึ่ง (อัลบุคอรียฺ เลขที่ 1623, 1626, 6361) ในฮะดีษของอีม่ามมุสลิมได้กล่าวถึง
 คุฏบะฮฺนี้ในฮะดีษเลขที่ 98 อีม่ามอัตติรฺมิซียฺกล่าวถึงฮะดีษบทนี้ใน
 ฮะดีษเลขที่ 1628, 2046, 2085 และอีม่ามอะหมัด บิน ฮันบาล ได้รายงานไว้ยาวที่สุด และอาจถือว่าเป็นคุฏบะฮฺฉบับที่
 สมบูรณ์ที่สุดในมุสนัดของท่าน ฮะดีษเลขที่ 19774)


https://www.facebook.com/groups/965128050178894/permalink/971139139577785/


  


ความคิดเห็น
 


Facebook Comments