ระวังภัย! กลใหม่ใช้ "โซเชียล" ลวงเงินเหยื่อ

17/ก.ค./2015 04:47:35 โดย ADB
0
1157


หลังจากทาง MThai News ได้นำเสนอกลโกงของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในตอน “แอบอ้างสำนักงาน ปปง.” ที่โทรศัพท์มาลวงเหยื่อ อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานปปง. เพื่อหลอกให้โอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มไปแล้วนั้น

พฤติกรรมของแก๊งดังกล่าว ยังมีการพัฒนาการกลโกงในรูปแบบอื่นมากมาย โดยการเลือกใช้วิธีที่ใกล้ตัวและเข้าถึงเหยื่อง่ายที่สุด คือการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือโซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางในการหลอกลวง โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก และอีเมล์ หรือการแชทผ่านระบบต่างๆที่มีในปัจจุบัน

เนื่องจากสื่อดังกล่าว สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างง่ายดายไม่ว่าอยู่มุมใดของโลก ทั้งยังส่งข้อมูลได้ทั้งข้อความรูปภาพ เสียง และสามารถเห็นหน้าตากันได้เสมือนคุยกันต่อหน้า

นับว่าเป็นเทคโนโลยีที่สะดวกสบาย ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ใครจะรู้บ้างว่า ภายใต้สิ่งความสะดวกสบายนี้ ก็อาจจะแฝงไปด้วยภัยอันตรายจากมิจฉาชีพได้เช่นกัน

และในครั้งนี้ MThai News จะนำเสนอกลโกงของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ในตอน “โอนเงินให้เพื่อน…ออนไลน์” ซึ่งมิจฉาชีพแก๊งนี้ จะแฝงตัวมากับโซเชียลมีเดีย และมีวิธีการหลอกลวงต้มตุ๋นเหยื่อให้หลงเชื่อหลายวิธี

อาทิ มิจฉาชีพชาวต่างชาติ ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร แฝงตัวเข้ามาทำความรู้จักและเริ่มตีสนิทเป็นเพื่อนกับเหยื่อทางเฟซบุ๊ก จากนั้นก็จะคุยกันอยู่ระยะหนึ่งเพื่อให้เหยื่อตายใจก่อนจะหลอกลวง  หรืออาจตีสนิทจนพัฒนาความสัมพันธ์ถึงขั้นคบหาเป็นแฟนกัน ก่อนอ้างว่าจะโอนเงินเข้ามายังประเทศไทยให้เปิดบัญชีรอรับเงิน

จากนั้นจะระบุว่าติดขัดไม่สามารถโอนเงิน ให้เหยื่อสำรองเงินแทน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปแล้ว จะไม่สามารถติดต่อกับมิจฉาชีพได้อีก

วิธีนี้จะทำให้เหยื่อเชื่อได้อย่างสนิทใจ ง่ายต่อการตกเป็นเหยื่อสูญเงินไปฟรี ๆ

หรือบางรายอาจใช้วิธีหลอกลวงด้วยการอ้างตนเป็นบุคคลมีชื่อ มีตัวตน มีอาชีพ สร้างข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับตนเอง เพื่อให้คู่สนทนาเห็นว่าน่าเชื่อถือ คบหาและสนทนาอย่างต่อเนื่อง

และแม้แต่การทำทีเข้าไปติดต่อเรื่องงาน รวมถึงอ้างกับเหยื่อว่าได้รับมรดกหรือเงินปันผล และขอยืมบัญชีเพื่อโอนเงินเข้าบัญชี

ที่ผ่านมา มีประชาชนตกเป็นเหยื่อจำนวนไม่น้อย  ฉะนั้นการ “มีสติ” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความระมัดระวัง และเป็นเกราะป้องกันภัย ให้รอดพ้นจากมิจฉาชีพเหล่านี้ได้
 

ติดตามข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ news.mthai.com

MThai News



  


ความคิดเห็น
 


Facebook Comments