'คสช.'ฮึ่ม!แดงจัดงาน1พ.ย.ลั่นต้องขออนุญาตก่อน

24/ต.ค./2015 02:17:56 โดย ADB
0
733


“วินธัย” โฆษก คสช.ติง นัดใส่เสื้อแดงให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” หวั่นถูกมองแสดงออกสัญลักษณ์ทางการเมือง ยัน ต้องขออนุญาต จนท. ลั่นหากมีการปลุกระดม ต้องดำเนินการ

          วันที่ 23 ต.ค.58 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการปลุกระดมทางสื่อโซเชียลมีเดีย นัดใส่เสื้อสีแดง ในวันที่ 1 พ.ย. เพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า แม้จะมีการอ้างว่าการเชิญชวนดังกล่าวเพื่อเป็นการให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นไปได้ที่อาจทำให้ถูกสังคมมองเป็นความพยายามแสดงออกเชิงสัญญลักษณ์ จนถูกตีความว่าเป็นเรื่องการเมืองได้เช่นกัน ทั้งนี้การแสดงออกใดๆ ในช่วงนี้ยังต้องระมัดระวัง เพราะบางครั้งอาจจะส่งผลในเชิงทางความรู้สึกในมุมต่างๆ ต่อกลุ่ม หรือบุคคลอื่นๆ ได้ ไม่อยากให้มองแต่เพียงเรื่องจำกัดสิทธิ์ แต่เป็นเรื่องการขอความร่วมมือเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ภายใต้ช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาในหลายๆ กลุ่มก็ได้ให้ความร่วมมือ คสช.มาเป็นอย่างดี

          นอกจากนี้การแสดงออกลักษณะดังกล่าวคงต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจ และมุมมอง ของเจ้าหน้าที่ว่าจะพิจารณาอย่างไร ตามความมุ่งหมายที่อยากดูแลให้สังคมเกิดความสงบเรียบร้อย ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ ด้วย โดยขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เพราะเป็นเพียงกระแสข่าวในสื่อหากมีการเชิญชวนในลักษณะปลุกระดมจริง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการตามแนวทางที่ คสช.เคยขอความร่วมมือไว้

รัฐบาลเมินกระแสใส่เสื้อแดงให้กำลังใจ'ปู'1พ.ย.

          พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่จะมีการปลุกระดมทางสื่อโซเชียลมิเดียนัดใส่เสื้อแดงในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เพื่อให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่อยากขยายความขัดแย้งหรือเป็นผู้ที่สร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ รวมถึงไม่อยากจะตอบโต้กันผ่านสื่อมวลชน แต่รัฐบาลอยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจของแต่ละคนว่าการเชิญชวนให้เสื้อสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์เหมือนกันแบ่งประชาชนให้เป็นกลุ่ม เป็นสีต่างๆ ซึ่งถือเป็นความขัดแย้งแต่เดิมที่สังคมไทยเคยประสบมามาอดีต แล้วเราจะกลับไปสู่ความขัดแย้งเดิมกันอีกหรือ เรื่องนี้สังคมต้องใช้ดุลยพินิจตระหนักในเรื่องนี้เอง เนื่องจากเรื่องดังกล่าวรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ชี้ว่าถูกหรือผิดเพราะถือเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินการ ส่วนประเด็นเรื่องการชุมนุมเกิน 5 คนหรือไม่นั้น รัฐบาลไม่อยากตอบโต้ในเรื่องนี้ เพราะเดี๋ยวผู้ปลุกระดมจะหาว่าเราไม่เข้าใจสิ่งที่เขากำลังจะสื่อสารออกมา

          พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ไปห้ามอะไร แต่จะให้สังคมเป็นคนตัดสินใจว่าเขาจะออกมาทำตามคำเชิญชวนหรือเขาจะเพิกเฉย เพราะว่าวันนี้เป็นช่วงเวลาที่จะพิสูจน์ระหว่างกระบวนการยุติธรรมที่เราไม่อยากให้กลับไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมกับเจตนารมณ์ที่ออกมาชักชวนให้มีการกระทำในลักษณะการแบ่งแยกมวลชนออกเป็นสีเป็นฝ่าย สังคมคงต้องพิจารณากันเอาเอง

อนุกรธ.เล็งจ้างโพลล์สำรวจเรื่องนิติบัญญัติ-บริหาร

          นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ฐานะรองประธานอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหาร คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า ทางอนุกรรมการฯ ฝ่ายบริหาร ได้หารือร่วมกับอนุกรรมการศึกษาโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติที่มีนายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. เป็นประธานอนุฯ ต่อการทำคำถามเพื่อสำรวจความเห็นของประชาชนต่อประเด็นที่เกี่ยวข้อง เช่น ที่มาของนายกฯ , ที่มาของวุฒิสภา เบื้องต้นทางอนุฯ ได้พิจารณากระบวนการว่า ในระยะเวลาดำเนินการที่จำกัดนั้น การจ้างสำนักสำรวจความเห็นของกรธ. จะจ้างสำนักสำรวจความเห็นที่เป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ ที่อยู่ในการพิจารณาคือ ศูนย์สำรวจความเห็นประชาชน สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้าโพล และ สวนดุสิตโพล ของมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต โดยทั้ง 2 สำนักล้วนมีประสบการณ์และมีฐานข้อมูลของผู้ที่จะให้ความเห็น เช่น นิด้าโพล มีฐานข้อมูล 1.7 แสนคนซึ่งครอบคลุมประชาชนทุกจังหวัด และลักษณะการสอบถามความเห็นจะใช้ในรูปแบบของโทรศัพท์ ขณะที่สวนดุสิตโพล จะใช้ลักษณะถามความเป็นประชาชนแบบตัวต่อตัว และสามารถเข้าถึงประชาชนทั่วประเทศ เพราะมีพนักงานครอบคลุมทั่วประเทศ ขณะที่การคิดคำถามเพื่อนำไปเป็นแบบสำรวจความเห็นนั้นอยู่ระหว่างพิจารณา

          นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการทำสำรวจนั้น เบื้องต้นเชื่อว่าทัศนคติทางการเมืองของผู้ที่ตอบคำถามจะไม่เป็นอุปสรรคต่อการนำความเห็นเพื่อกำหนดบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ แต่ที่กรธ.กังวลคือ เมื่อผลสำรวจออกมาแล้ว มีคะแนนที่เท่ากัน ทำให้กรธ.ต้องมาพิจารณาเลือกสิ่งที่เหมาะสม ดังนั้นการออกแบบคำถามจึงมีความสำคัญด้วยว่าจะออกแบบคำถามให้สั้น ให้ง่าย และประชาชนสามารถเลือกตอบว่าใช่ หรือไม่ใช่ได้อย่างไร

           “เช่น การถามถึงที่มานายกฯ กรณีที่ประชาชนเห็นว่าต้องการจากการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งตามหลักสากลมีหลายรูปแบบ ทั้งเลือกตั้งทางตรง , เลือกตั้งทางอ้อม, เลือกตัวบุคคลก่อนจะให้หัวหน้าพรรคหรือผู้นำพรรคตัดสินใจเลือก เป็นต้น ดังนั้น การคิดคำถามที่จะนำไปสู่คำตอบที่ง่าย อาจถามในระดับเชิงลึกในระดับหนึ่ง แต่ต้องไม่ซับซ้อน” นายศุภชัย กล่าว

          นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับการศึกษาโครงสร้างฝ่ายบริหารนั้น ที่ประชุมยังไม่ได้ลงรายละเอียดไปถึงประเด็นว่าจะทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง หรือรัฐบาลที่อ่อนแอ แต่หลักการใหญ่ที่ต้องพิจารณาคือ การสร้างหลักไว้ในรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เป็นกติกาที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัย และหากจะปรับเปลี่ยนควรให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งปรับจะดีที่สุด ขณะที่การกำหนดหน้าที่ของรัฐไว้ในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่การสร้างข้อจำกัดให้รัฐบาล แต่เป็นการกำกับให้รัฐบาลต้องทำเพื่อสังคม เช่นเดียวกับการเขียนหลักการว่าด้วยประชาชนต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยความสำคัญเพื่อสร้างหลักการให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

อนุรับฟังความเห็นใช้ทีมพระปกเกล้า

           ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมของคณะอนุกรรมการรับฟังและสรุปความคิดเห็นที่มีผู้เสนอแนะ ในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรธ. เป็นประธานอนุกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมได้หารือเพื่อเตรียมการจัดเวทีและรับฟังความเห็นของภาคส่วนต่างๆ โดยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องในฐานะเป็นผู้เคยดำเนินการในอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ชุดที่ผ่านมา คือ นายสติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า มาให้ข้อมูลถึงการดำเนินการที่ผ่านมา และเมื่อรับฟังความเห็นแล้ว ทางอนุกรรมการฯ​มีความเห็นว่า ภายใต้ระยะเวลาของการทำงานที่จำกัด

           ดังนั้นแนวทางการรับฟังความเห็นหรือขอความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ จะเป็นการต่อยอดหรือสานต่อจากการรับฟังของอนุกมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน กล่าวคือ กรณีที่ขอความเห็นของหน่วยงานต่างๆ จะย้ำว่าเป็นการขอความเห็นเพื่อต่อยอดจากความเห็นที่เคยเสนอต่ออดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ขณะที่การจัดการรับฟังความเห็นประชาชนผ่านเวที หรือผ่านกลุ่มบุคคลต่างๆ นอกจากจะเน้นต่อ ยอดความเห็นของกลุ่มบุคคลที่เคยให้ความเห็นแล้ว จะเพิ่มกลุ่มบุคคลให้มากขึ้น ส่วนช่องทางการรับฟังความเห็น จะใช้ช่องทางเดียวกันกับอดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาทิ ผ่านตู้ไปรษณีย์รัฐสภา รวมถึงจะใช้ช่องทางผ่านสื่อโทรทัศน์ สื่อวิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความรู้สึกการมีส่วนร่วมของประชาชนที่แท้จริง ขณะที่ทีมงานที่จะช่วยดำเนินงานจะใช้ทีมงานของสถาบันพระปกเกล้าชุดเดียวกับที่ทำให้กับอดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ​ชุดที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานฯ​

           ขณะที่การดำเนินงานของอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนจะได้ประสานงานกับคณะอนุกรรมการรรับฟังและสรุปความคิดเห็น โดยส่งนายภัทระ คำพิทักษ์ กรธ. เป็นผู้ประสานงานระหว่าง2 อนุกรรมการฯ ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนการดำเนินงานของอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ฯ​นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกสำนักสำรวจความเห็นเพื่อออกไปสอบถามประชาชน และการของบประมาณจากทางราชการตามระเบียบของรัฐ


ที่มา:คม ชัด ลึก


  


ความคิดเห็น
 


Facebook Comments